DOUJIN-PVDoujin

[X27 DoujinFic] Notare

posted on 11 Oct 2009 19:49 by fiar  in DOUJIN-PVDoujin

 

Title : Notare
Fandom :  Katekyo Hitman REBORN!
Pairing : X27
Note : ผลงานรวมแถโดย Benz และจขบ  ซึ่งฟิค benz เขียนมานานแล้ว แต่ตอนส่งท้ายอิชั้นเพิ่งจะมาได้วาด = =llll   ซึ่ง Doujin ตอนจบ จขบ วางเนมไว้เพื่อทำเป็น PV  (มันเลยโคตรโล่งเลย เหอๆ)  แต่คุณภรรเมียอู้ไม่ตัดเพลงให้!!  จขบก็เลยหมดไฟ อู้บ้างอะไรบ้าง ไปตามระเบียบ OTL ก็เลยแปะเป็นโดแทน~

เนื้อเรื่องไม่เกี่ยวกับวันเกิดบอสแต่อย่างใด  แต่ใช้วันเกิดบอสเป็นเส้นตายแทนเคอะ ฮ่าๆๆ  จะได้ทุบไหแตกไปอีกใบ (แต่เหลืออีกบาน กี๊ซซซซ)

  แต่ไงก็  Buan Compleanno, XanXus~~   นะคะเฮีย  งวดนี้เอาทูน่าไปกินก่อนแล้วกัน  ฉลามเป็นมื้อต่อไปแทนนะเคอะ  555+

 

 

edit*    รู้มาจาก Twitter ของ  talalanlalan

วันที่ 10 เดือน 10 เป็นวันโมเอะแห่งชาติด้วยนะ XD

"ญี่ปุ่นนี่ช่างคิดชะมัด ก็เนื่องจากว่าคันจิของคำว่า 10 เดือน 10 นั้นสามารถเอามารวมกันเป็นคำว่า โมเอะ ได้ซะอย่างงั้น ก็เลยทำให้วันนี้เป็นวันฉลองโมเอะไป ว่าแล้วก็เลยขอรบกวนบริจาครูปที่เพื่อนๆ คิดว่าโมเอ้ โมเอะ กันหน่อยเถอะคร้าบ "

 

 

Credit *  http://www.pantip.com/cafe/chalermthai/topic/A8417443/A8417443.html

 

เป็นวันเกิดที่เหมาะสมมากค่ะ เฮียแซน   

 

---------------------------------------------
 

        ซาวาดะ สึนะโยชิเอนตัวลงพิงพนักเก้าอี้หนานุ่มเพื่อผ่อนคลาย แม้ว่านอกหน้าต่างบานเล็กจะเป็นทิวทัศน์อันสวยงามของแสงดาวนับล้าน ทว่านัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่มองออกไปก็หาได้เพลิดเพลินกับภาพเหล่านั้นไม่ มือเล็กบางยังคงจับปากแก้วคริสตัลสีใสไว้ในท่าเดิมเหมือนเมื่อหลายนาทีก่อน ทว่าน้ำสีอำพันที่เคยอยู่ในระดับครึ่งหนึ่ง บัดนี้ลดลงจนเหลือแค่รองแก้วให้พอมีสีสันยามแสงไฟตกกระทบเท่านั้น


        กลับไปรีบอร์นคงได้ฆ่าเขาแน่


        ชั่วแวบที่ความคิดหันเหไปยังเรื่องใหม่ รอยยิ้มบางก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาโตคู่สวยเบนกลับเข้ามามองจอทีวีแสดงภาพแผนที่โลก กลางแผนที่นั้นคือรูปเครื่องบินลำเล็ก เส้นสีแดงที่ถูกโยงแสดงเส้นทางการเดินทางหยุดลงตรงจุดหนึ่งของแผนที่


        ซิซิลี ประเทศอิตาลี


        แล้วดวงตาคู่เดิมก็เปลี่ยนเป็นความรู้สึกผิด


        หวังว่าโกคุเดระคุงจะเห็นจดหมายที่วางอยู่บนโต๊ะ ไม่อย่างนั้นคฤหาสถ์วองโกเล่คงโกลาหลด้วยฤทธิ์ของผู้พิทักษ์แห่งวายุเป็นแน่


        ใจจริงก็ไม่ได้คิดจะออกมาโดยไม่บอกกล่าวหรอก แต่พอคิดว่าถ้าบอกไปก็คงถูกคัดค้าน เผลอๆ อาจถึงขั้นรวมหัวกับครูสอนพิเศษตัวแสบกักบริเวณแล้ว... ก็รู้สึกว่าตัวเองคิดถูก


        ร่างโปร่งขยับตัวลุกขึ้นเดินไปยังบาร์ขนาดเล็กที่เรียงรายไปด้วยเครื่องดื่ม ทุกชนิดเท่าที่พื้นที่เล็กๆ จะบรรจุไว้ได้ ก่อนจะหยิบขวดสีสวยที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์ขึ้นมาเปิดเติมน้ำสีอำพันเพิ่มลง ในแก้ว และยกขึ้นจิบ


        ถึงจะเห็นแก่ตัวเกินไปหน่อย แต่ก็แค่สักครั้ง...


        สักครั้งที่จะทำอะไรตามใจตัวเอง


        สักครั้งที่จะทำอะไรเพื่อตัวเอง


        ความเอาแต่ใจครั้งแรก...และครั้งสุดท้าย


        ...ติ๊ง...


        แล้วเสียงสัญญาณสั้นแหลมก็ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของกัปตันรายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า เขากำลังจะถึงที่หมายในอีกไม่นาทีข้างหน้า มือที่กำแก้วเผลอกระตุกบีบแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว นัยน์ตาสีน้ำตาลก้มลงมองน้ำสีอำพันในมือคล้ายกำลังสลัดความคิดทุกอย่างทิ้ง และเมื่อเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นก็เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว ไม่มีความลังเลใดๆ อีก


        สึนะยกแก้วขึ้นกระดกของเหลวภายในลงคอจนเกลี้ยงภายในครั้งเดียว แล้วจึงหันไปจัดแจงวางมันลงในตำแหน่งที่มันควรอยู่ ก่อนจะเดินกลับไปนั่งประจำที่และคาดเข็มขัดสีเข้มอย่างเรียบร้อย


        ตาสีน้ำตาลหันกลับไปมองท้องฟ้าอีกครั้ง


        ท้องฟ้าสีดำสนิทกระจ่างไร้ซึ่งสิ่งใดบดบัง


        แต่เพราะเป็นเช่นนั้น...


        แสงดาวถึงได้กระจ่างพร่างพราวสวยงาม


----------------------------------------------

        นับจากสนามบิน ใช้เวลาราวๆ ครึ่งชั่วโมงในการเดินทาง แสงจากหลอดไฟนีออนข้างถนนค่อยๆ เลือนหายเหลือแสงจากเสาไฟฟ้าที่ตั้งห่างเป็นระยะ เพียงพอแค่ทำให้เห็นถนนและรถที่วิ่งสวนไปมา


        เมื่อสึนะหักเลี้ยวอีกครั้งรอบข้างก็มืดสนิท มีเพียงแสงไฟหน้ารถส่องทางเบื้องหน้าเท่านั้น


        ชายหนุ่มเริ่มกังวลอีกครั้ง


        หากครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของครูสอนพิเศษประจำตัวหรือผู้พิทักษ์คนอื่นๆ แต่เป็นสถานที่ที่เขากำลังจะไปถึงต่างหาก


        ไม่รู้ว่าจะเจอการต้อนรับอะไรบ้าง


        อาจจะเป็นปืนกลติดกำแพง ยามเฝ้าประตูหน้าตาไม่รับแขกและพร้อมที่จะหักคอแขกได้ทันทีที่สบตา


        ไม่หรอก...สิ่งที่สึนะกังวลไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แบบนั้น


        หรือเขาผิดที่ไม่ได้ส่งจดหมายแจ้งก่อนว่าจะมา


        คิ้วเรียวเหนือดวงตาคู่โตขมวดเข้าหากัน ก่อนสะบัดหน้าไปมาช้าๆ คนเดียวด้วยรู้ดีว่า ต่อให้ส่งมามันก็คงถูกเผาทิ้งก่อนคนรับจะได้เปิดอ่าน คิดแล้วริมฝีปากก็ขยับหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างอดไม่ได้


        ก็หมอนั่นเคยพอใจอะไรกับเขาบ้าง นอกจากเหล้ากับเลือด


        ไม่ทันจะได้คิดนินทาต่อ เค้าร่างสีดำของรั้วเหล็กก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น สึนะหยุดรถ เหลือบมองกล้องวงจรปิดที่ติดอยู่ตรงหัวกำแพง ไม่กี่วินาทีต่อมารั้วเหล็กก็เปิดออกช้าๆ แทนคำอนุญาตที่เงียบกริบ


        รถยนต์สีดำเงาวับค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านกำแพงสูงใหญ่ที่เป็นเครื่องหมายตัดขาดจากโลกภายนอก ขับไปตามทางก่อนจะวนจอดใต้คฤหาสน์สีเข้มในความมืด มีเพียงสามสี่ห้องที่มีแสงไฟส่องผ่านกระจกให้รู้ว่ามีคนอาศัยอยู่


        "โอ้อ้อ้อ้อ้อ้อ้!!!!!!!!!!!!!!!!!! กล้ามากนะเจ้าหนูที่มาเหยียบที่นี่"
 

        เสียงตะโกนดังลั่นลอยมาตั้งแต่สึนะยังไม่ทันได้ลงจากรถด้วยซ้ำ ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่


        มาแล้วนั่นไง...


        ไม่กี่วินาทีต่อมา ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เรือนผมสีเงินยาวจรดสะโพก เจ้าของตำแหน่งเทพแห่งดาบรุ่นที่สองก็ปรากฏกายขึ้นพร้อม...ดาบสีเงินคมกริบ


        ตั้งใจหาเรื่องกันตั้งแต่ยังไม่ได้พบหน้ากันเลยนะ


        "ขอโทษที่มาถึงดึกดื่นแบบนี้ครับ คุณสควอลโล่" สึนะเอ่ยทักทาย ยิ้มให้เป็นปกติ ความเปลี่ยนแปลงทั้งหน้าที่และสภาพแวดล้อมทำให้เขาควบคุมสถานการณ์ได้ดีขึ้น ...นิดหน่อย


        "บุกคฤหาสน์ของวาเรียตัวคนเดียวแบบนี้ ดูถูกกันไปหน่อยรึเปล่า" สควอลโล่ยังคงตะโกนหาเรื่องเสียงดังอย่างไม่ใส่ใจรอยยิ้มอันเต็มไปด้วย ไมตรีจิตของแขกสักนิด ถ้าเป็น 'บ้านปกติ' คงได้ยินเสียงตะโกนจากเพื่อนบ้านหรือถ้าโชคดีอาจจะได้รองเท้าฟรีชนิดไม่ซ้ำ ข้างเป็นของแถม


        แต่ก็นั่นล่ะ...ที่นี่ไม่ใช่ 'บ้านปกติ' และรอบๆ รัศมีหลายกิโลเมตรนี้ก็ไม่มีบ้านหลังอื่นตั้งอยู่ด้วย


        "ผมไม่ได้มาบุกวาเรียนะครับ" สึนะยิ้มจืดขึ้น หนักใจว่าจะอธิบายยังไงให้อีกฝ่ายยอมฟังเหตุผล หรือควรจะซัดกันให้เกือบตายก่อนแล้วค่อยอธิบายดี ไม่ทันที่สควอลโล่จะได้ตอบอะไร เสียงที่สามก็ดังขึ้นจากในตัวคฤหาสน์


        "เห...ไดนาไมท์ไม่ได้มาด้วยเหรอ" เบลเฟเกอล์พุ่งเข้ากอดเอวบางๆ ของสควอลโล่พลางเอ่ยถาม รอยยิ้มกว้างอันเป็นเอกลักษณ์ประดับอยู่บนใบหน้าที่ถูกปิดบังด้วยยผมหน้าม้า เช่นเดียวกับมงกุฎใบน้อยที่ประดับอยู่บนศีรษะ


        "ไม่ได้มาครับ" คนอายุน้อยกว่าตอบสั้นๆ โล่งใจที่มีตัวช่วย อย่างน้อยก็...คิดว่า...น่าจะพูดรู้เรื่องมากกว่าสควอลโล่...ถ้าไม่ไปทำอะไร ถูกใจหรือไม่ถูกใจอีกฝ่ายเข้า


        "บู่~ ไดนาไมท์ไม่มา เจ้าชายเบื่ออ่ะ สควอลโล่ไปเล่นกับเจ้าชายดีกว่า" ว่าแล้วก็กระแซะหา แต่คนตัวสูงกว่าดูท่าทางไม่มีอารมณ์อยากเล่นด้วยเท่าไหร่


        "งั้นก็ไปตายซะ จะได้หายเบื่อ"


        "งั้นสควอลโล่ก็ตายก่อนสิ แล้วก็กลับมาบอกเจ้าชายว่าตายแล้วหายเบื่อจริงรึเปล่า"  เหตุผลประจำตัวถูกยกขึ้นอ้างให้คนจุดเดือดต่ำเริ่มจุดชนวนและพุ่งปรี๊ดขึ้น สู่จุดสูงสุดทันที


        "ไม่เป็นไร ฉันจะสงเคราะห์ให้แกเอง" ไม่พูดเปล่าแต่ขยับดาบจ่อคอขาวๆ ที่อยู่ติดกับเอวของตนด้วย เบลเฟเกอล์ผละออกอย่างรวดเร็วพร้อมกับมีดเล่มสวยในมือ


        "สควอลโล่ฆ่าเจ้าชายไม่ได้หรอก เพราะเจ้าชายเป็นเจ้าชาย~"


        บทสนทนาหลังจากนั้นไม่ได้เข้าหัวสึนะอีกแล้ว เพราะเขาตัดสินใจเดินหนีขึ้นบันไดเสียก่อน ขืนอยู่ต่ออาจโดนลูกหลงจนลืมเหตุผลที่ทำให้เขาต้องมาถึงที่นี่ก็ได้


        อย่างที่สควอลโล่พูด...สึนะไม่เคยมาที่คฤหาสน์ของพวกวาเรียมาก่อน ดังนั้น ประตูนับสิบที่เรียงรายตามความยาวของทางเดิน สำหรับสึนะแล้วจึงดูเหมือนกันหมด คิ้วบางขมวดเข้าหากันอีกครั้ง หันซ้ายหันขวาหวังว่าอย่างน้อยคงจะได้เจอคนรับใช้ที่อาศัยอยู่ที่นี่บ้าง แต่ก็เงียบสงบและว่างเปล่า


        เอาเถอะ...อย่างมากก็แค่เปิดมันให้หมดทุกประตู


        แม้จะคิดเช่นนั้น แต่สึนะกลับตรงไปยังห้องที่อยู่ด้านในสุด บอกไม่ถูกว่าทำไมขาทั้งสองข้างถึงพามาที่ห้องนี้ ก็แค่คิดว่าหมอนั่นน่าจะชอบที่เงียบๆ ไม่วุ่นวายจะได้นั่งกินเหล้าได้อย่างสบายใจ...ก็แค่นั้น ไม่สิ...ต้องบอกว่าอาศัยบรรยากาศไอดำน่ากลัวที่แผ่ออกมาจากประตูตรงหน้านี่ ต่างหาก


        คิดไปคิดมา...การที่คฤหาสน์หลังนี้ไม่มีคนรับใช้ก็ไม่แปลก ตราบใดที่มีหมอนั่นเป็นผู้อาศัย


        เพล้ง!!


        ทันทีที่สึนะบิดกลอนประตูเปิดแง้มได้ไม่ถึงนิ้ว เสียงแตกของสิ่งที่คาดว่าน่าจะเป็นแก้วเหล้าก็ดังกระแทกหู ยืนยันว่าลางสังหรณ์ของตนนั้นถูกต้องแม่นยำเพียงใด สึนะถอนหายใจและชั่งใจว่าควรจะเปิดเข้าไปหรือหันหลังเดินกลับดีกว่า


        "จะยืนจะเน่าตายอยู่ตรงนั้นสินะ ไอ้สวะ!!!"


        รู้เสียด้วยว่าเป็นเขา


        สึนะเปิดประตู ระวังตัวเต็มที่เผื่อว่าเจ้าของห้องจะเกิดพิศวาทอยากประเคนเหล้าราคาแพง กระแทกใส่หัวต่อจากแก้วใบเมื่อครู่ แต่สุดท้ายก็สามารถเข้ามายืนในห้องได้โดยสวัสดิภาพ


        แซนซัสยังคงเป็นแซนซัส


        ตั้งแต่นัยน์ตาสีแดงเพลิงที่มองตรงมา ท่าทางหยิ่งยโสเหนือเก้าอี้บุผ้าเนื้อหนาสีแดงสด สุดท้ายคงเป็นแก้วเจียระไนใบสำรองในมือและขวดเหล้าที่ตั้งอยู่บนโต๊ะตัวเล็ก ไม่ไกลเกินมือเอื้อม


        "ถ่อมาถึงนี่ กลัวจะมีชีวิตอยู่นานเกินไปสินะ" ถ้อยคำสบถยังคงไหลพรั่งพรูไม่ขาดสาย คนฟังก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่าจนปอดแทบหลุดออกมา


        "ถึงจะไม่ได้หวังให้นายพูดหวานๆ แต่ช่วยทักทายแบบที่คนปกติเขาทำสักครั้งไม่ได้เหรอ แซนซัส" แล้วแก้วเหล้าใบที่สองก็ปลิวมาหาตอบแทนคำขอ 'คนไม่ปกติ' ลุกพรวดตามมากระชากแขนสึนะแรงจนร่างนั้นปลิวไม่ต่างจากกระดาษ ก่อนประกบริมฝีปากทาบทับเร่าร้อน รุนแรง แม้สึนะจะเคยชินกับการกระทำของอีกฝ่าย แต่ก็ยังอดตกใจไม่ได้อยู่ดี


        ทว่าเมื่อตั้งตัวติด ลิ้นเล็กๆ ที่เป็นฝ่ายตามก็เริ่มเกี่ยวกระหวัดลองชักนำลิ้นหนาที่บุกรุกเข้ามาอย่าง สนุกสนาน รสจูบติดพันแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการไม่มีที่สิ้นสุด


        ผิวสัมผัสร้อนรุ่มส่งอุณหภูมิผ่านเสื้อเชิ้ตตัวบาง หากไม่กี่วินาทีต่อมาสิ่งขวางกั้นเหล่านั้นก็หลุดลอยไปกองอยู่บนพื้น มือเล็กไล้ไปตามแผ่นอกกว้างแข็งแกร่งอย่างเผลอไผล กดย้ำหนักเป็นระยะรับกับจังหวะที่มืออีกฝ่ายกำลังเค้นคลึงส่วนกลางลำตัวของ ตน กระทั่งปลายนิ้วแข็งชำแรกเข้าสู่ช่องทางคับแคบ มือที่ป่ายปะไปทั่วจึงกระตุกอ้อมไปโอบรอบลำคอคนที่อยู่เบื้องบนแทน


        "อะไรกัน... แค่ไม่กี่เดือน ทำเหมือนยังบริสุทธิ์ไปได้" ถ้อยคำแสบสันผ่านริมฝีปากหนาได้รูป ไม่สามารถทำให้คนฟังระคายหู สึนะเหยียดยิ้มขึ้น ก่อนจะยกตัวขึ้นแนบริมฝีปากของตัวเองเข้ากับใบหูอีกฝ่าย


        "แน่นอน ไม่เหมือนของนายนี่ เดือนนี้ใช้กับผู้หญิง...หรือผู้ชายไปกี่คนล่ะ" เสียงกระซิบพร่า ลิ้นเล็กเลียไล้ใบหูยั่วเย้าหวังให้อีกฝ่ายคลั่ง และแซนซัสก็ตอบสนองความต้องการนั้นด้วยการขยับนิ้วเข้าออกรวดเร็ว จนสึนะครางหวานหูดังก้องไปทั่วห้อง สะโพกเล็กแอ่นรับการปรนเปรอของอีกฝ่ายอย่างเต็มใจและร้อนแรงไม่แพ้กัน


        แซนซัสก้มลงจูบแผ่นอกขาวที่แดงเรื่อและชื้นแฉะจากเหงื่อที่ขับออกมาหวังจะ ระบายความร้อนภายในร่าง แต่อุณหภูมิที่นิ้วของเขารับรู้จากภายใน มันไม่ได้ลดน้อยถอยลงมีแต่จะยิ่งร้อนขึ้น มากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ และไม่รู้เป็นเพราะความร้อนนั่นหรือไม่ ทั่วร่างบอบบางถึงได้มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ไม่ต่างจากกลิ่นกำยานให้รู้สึกเมามาย แซนซัสขยับริมฝีปากจากแค่การประทับหนักๆ เริ่มขบเม้มทิ้งรอยจ้ำแดงแสดงความเป็นเจ้าของไว้ทั่วร่าง และทุกครั้งที่ทำเช่นนั้น มือที่กำลังสางผมสีดำสนิทก็จะกระตุกจิกกำด้วยอารมณ์รัญจวนจนแทบหายใจไม่ออก


        แล้วนิ้วทั้งสามที่ฝังอยู่ในร่างก็ถอนพรวดออกให้สึนะรู้สึกขัดใจ ทว่าวินาทีต่อมาเสียงกรีดร้องก็ผ่านลำคอเป็นช่วงสั้นๆ และหยุดลงด้วยความจุก แก่นกายแข็งขึงและร้อนรุ่มที่ดันเข้ามาจนมิดในครั้งเดียวทำให้ร่างเล็ก รู้สึกจุกไปหมด แม้ว่าช่องทางจะได้รับการเตรียมพร้อมแต่ขนาดที่ต่างกันเกินไปก็ทำให้เกิดรอย แผลฉีกขาด โลหิตสีแดงไหลอาบต้นขาซึมลงสู่ผ้าปูเตียงสีขาวยับย่นเบื้องล่าง


        "อย่าสลบไปเสียก่อนล่ะ เจ้าสวะ!" เสียงทุ้มดุดันข้างหูเป็นตัวกระตุ้นให้สึนะกัดฟันปรือตาขึ้นสบนัยน์ตาสี เพลิงที่แสดงออกทั้งความสะใจ และกามารมณ์ที่ไม่คิดจะปิดบัง


        "ถ้านาย...ทำได้น่ะนะ" แม้ความเจ็บปวดจะขับกล่อมให้สติค่อยๆ เลือนลาง แต่ริมฝีปากแดงช้ำก็ยังทำหน้าที่ของมันได้อย่างซื่อตรง


        "ดี ทำตัวให้อึดสมกับเป็นสวะที่ฆ่าไม่ตายหน่อยก็แล้วกัน"


        สิ้นคำนั้น แซนซัสก็เริ่มขยับตัวด้วยความเร็ว มือข้างหนึ่งรั้งสะโพกเอาไว้ให้สามารถรับตัวเขาเข้าไปได้เต็มที่ อีกมือหนึ่งก็ขยับปรนเปรอส่วนที่ตื่นตัวของร่างเล็กกว่า เสียงหอบคราง เสียงหายใจสั้นถี่ตามจังหวะกระแทกลอยปะปนในห้องกว้างอยู่ไม่นาน ก่อนที่เสียงกรีดร้องหวานหูจะดังก้องอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่ถูกปลดปล่อยใน ที่สุด


---------------------------------------------------


        แสงสลัวผ่านม่านหนาหนักที่ปิดบังหน้าต่างบานใหญ่บ่งบอกให้รู้ว่าแสงอาทิตย์ เริ่มจับขอบฟ้า ร่างเล็กที่นอนขดกายอยู่บนเตียงใหญ่ใต้ผ้าห่มหนาขยับตัวเพียงเล็กน้อย แล้วก็นิ่งไปด้วยความเจ็บปวดที่แล่นปราดจากด้านล่าง ผ่านไปอีกครู่หนึ่งร่างนั้นก็ขยับตัวขึ้นมานั่งและก้าวลงจากเตียงอย่าง เงียบกริบ ร่างเล็กบอบบางก้มลงหยิบเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายไปทั่วห้องก่อนพาตัวเอง เข้าไปยังห้องอาบน้ำที่อยู่ติดกัน


        สายน้ำเย็นที่ไหลปะทะใบหน้าทำให้สึนะรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย จะมีก็แต่อาการเคล็ดแถวๆ สะโพกกับความเจ็บแสบตรงช่องทางด้านหลังเท่านั้นที่ทำให้รู้สึกหงุดหงิดอยู่ บ้าง ตาสีน้ำตาลก้มลงมองผิวขาวๆ ที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงของคนที่ยังนอนอยู่ในห้องแล้วผ่อนลมหายใจช้า นั่งลงบนขอบอ่างสีขาว


        ไม่ได้นึกอยากให้เวลายืดไปสักนิด


        ความเจ็บปวดเหล่านี้ แค่คืนเดียวก็แทบทนไม่ไหว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากหนีเช่นกัน


        จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงยังปล่อยให้ความสัมพันธ์เช่นเมื่อคืนยังดำเนินต่อมาเรื่อยๆ


        ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องมาหาแซนซัสถึงที่นี่


        ปรารถนา?...ไม่ใช่หรอก


        ต้องการ?...ไม่ใช่หรอก


        รัก?...ไม่ใช่หรอก


        ทั้งเขา ทั้งแซนซัส


        ต่างก็แค่...แผดเผาซึ่งกันและกันเท่านั้น


        ดูว่าใครที่จะมอดไหม้ไปก่อนกัน


        สึนะตัดสินใจยืนขึ้นเพื่อชำระร่างกายอย่างจริงๆ จังๆ เสียที ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำด้วยชุดเดียวกันกับที่เมื่อคืนใส่มา


        ในห้อง แซนซัสตื่นแล้ว และเริ่มกิจวัตรประจำวันด้วยการนั่งดื่มเหล้าอยู่บนเก้าอี้ประจำตัวโดยนุ่ง กางเกงตัวเดียว เมื่อสึนะก้าวเข้าไปหา นัยน์ตาสีแดงนั้นก็ทำเพียงแค่ปรายมองและหันกลับไปรินเหล้าให้ตัวเองต่อ


        สึนะยิ้มน้อยๆ ที่มุมปาก รอยยิ้มที่เพิ่งมีขึ้นเมื่อตอนที่เขาขึ้นเป็นบอสแห่งวองโกเล่แฟมิลี่


        ไม่ไร้เดียงสา...แต่ก็ไม่ดูแคลนทุกสิ่ง


        เมื่อไม่มีคำทักทายตั้งแต่แรกพบ...


        ...แล้วไยถึงต้องการคำล่ำลา?


        สึะหมุนตัวเดินออกจากห้อง หากทันทีที่มือเล็กเอื้อมจับลูกบิดอันเย็นเฉียบ เสียงทุ้มห้าวก็กระชากขึ้นเบื้องหลัง


        "จำไว้"


        ร่างเล็กบอบบางหันกลับมา


        "แกกับฉันก็แค่กรรมเก่า"


        เพียงแค่นั้นรอยยิ้มหวานที่ลืมเลือนก็ปรายขึ้นบนใบหน้าขาว ศีรษะเล็กๆ ผงกช้าๆ คล้ายย้ำประโยคที่อีกฝ่ายเพิ่งพูดออกมา


        นั่นสินะ...แค่กรรมเก่าเท่านั้น

 

 

 

+

+

+

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

+

+

+

+

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

************************************ 

 

Talk :

สกิลโดดิ่งลงเหวต่อไป (ฮา)  สปีดอืดลงเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น?  

doujin ฆ่าตัดตอนไปเยอะค่ะ = =lll  เพราะตอนแรกกะทำเป็น PV  ความจริงช่วงของสึนะจะเป็นตอนต่อจากเรื่อง  คือเป็นช่วงเดินทางกลับจากอิตาลีแต่ถูกถังเบียจัดการไปเสียก่อน  และตัดฉากมาที่บอสมาเยี่ยมที่หลุมศพเคอะ XD  ( แต่ถ้าดูจากสปอยตอนนี้แล้ว  จิ้นแบบนี้ไม่ได้แล้วสินะ OTL ปลอยไหลแล้วกัน เคะๆ )

 

 

Benz  เคยกล่าวไว้ว่า....

จะบอกว่ามันเป็น 1 ในโปรเจคที่คุยไว้กับเฟียร์ล่ะ  โปรเจคนี้มี 3  ภาค...อีกแล้ว ได้แก่ Notare / Attirare และ Lasciare (สาบานได้ว่าพล็อตยังไม่เสร็จ แต่มีชื่อเรื่องแล้ว) เป็นโปรเจคที่...คาดว่าคงได้ดองจนกว่าสามเหลี่ยมและดอนฯ จะจบ แต่อาจจะได้อ่านกันก็ได้นะเอ้อ ไม่แน่หรอก เพราะอิเบนซ์มันผีเข้าผีออกจะตาย กรั๊กๆๆ


ทั้งมันทั้ง จขบ ก็สามัคคีดองค่ะ  อยากทำแต่ฟิลไม่มา (ติสแตก?)

โปรเจคนี้เป็นซีรี่ห์ค่ะ มีทั้งหมด 6 คู่ เน้นสมการฟ้าฝนที่รักยิ่ง  พล็อตคาหัวมาสองปีกว่าแล้ว (และมีแนวโน้มว่าจะคาหัวต่อไป?  ช่วงนี้ปันใจให้ไรเดอร์จนเส้นเปลี่ยนไปเยอะ TT TT)

แต่ละเรื่อง ตัวละครมีความเชื่อมโยงกัน แต่แยกอ่านได้ไม่มีปัญหา ^^

ถึงจะบอกว่าเป็นซีรี่ห์แต่เรื่องไม่ยาวเพราะเป็น short fic ไป 4 คู่แล้ว กับอีก 2 เรื่องยาว  มีเรื่องหนึ่งที่เขียนอยู่  ใกล้จะจบ (ชีวิต) เต็มทน  เป็นเรื่องเดียวที่ไม่ใช่สมการฟ้าฝน เป็นคู่  D1869  ใครสน จิ้ม >>>  

Attirare  intro , [1] , [2] , [3] , [4] , [5] , [6]... Fin ?

 

 

ปล  เพิ่งรอดตายจากงานมหาลัยมา  จะโดนแก้อีกไหม ????   

ปล2  โลกแห่งความเป็นจริงช่างโหดร้าย OTL

 

 

Status ......    อาการบ้ากำเริบ = =

 

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

 

 

คุณเชื่อไหม ว่ายังมีคนที่ไม่รู้ว่า ..กระหล่ำปลีมีสีม่วง!!!!  และยังพูดว่า  กระหล่ำปลีมีแต่สีเขียว อูอา  .....

คุณเชื่อไหม ว่ายังมีคนถูกอำว่า ....  มีผักชีลูกครึ่ง 

คุณเชื่อไหม ว่ายังมีคนที่ถูกอำว่า ..  กระหลำ่ปลีก็มีสีเหลือง  เวลากระหล่ำสุกก็จะกลายเป็นสีเหลืองเหมือนมะม่วงไง อูอา 

คุณเชื่อไหมยังมีคนที่ถามว่า ... สมรักษ์  ศรีชาพันธ์ุ  เป็นใคร ( มันมีคนๆนี้อยู่บนโลกด้วยรึ)

คุณเชื่อไหมยังมีคนที่ไม่รู้จัก... สมรักษ์ คำสิงห์ 

คุณเชื่อไหมยังมีคนไม่แน่ใจว่า ...ภราดร เล่นกีฬาอะไร??? 

คุณเชื่อไหมยังมีคนถามว่า .... นัทกับเต่าเคยคบกันด้วยรึ?????

คุณเชื่อไหมยังมีสาววายที่ไม่รู้ว่า .... ความหมายของการยกนิ้วกลางแปลว่าอะไร

คุณเชื่อไหมยังมีสาววายที่ไม่รู้ว่า ....  ยกนิ้วก้อยแปลว่าอะไร  รู้แต่ยกนิ้วก้อยแปลว่าเกี่ยวก้อยสัญญา

และอื่นๆ อีกมากมาย  รออีเบนซ์มาเผาบ้าง  ตรูจำไม่ได้แล้ว ขำจนลืม กร้ากกกกก 

 

และ สิ่งมีชีวิตคนนั้นคือใคร ....ลองไปเดาดู กร้ากกกกก  คุณคิดว่า...ใครใสซื่อที่สุดในเดนตาย

ให้มันรู้ไปว่า พวกเดนยังมีคนซื่อๆ อยู่ท่ามกลางพวกเลวๆ ชั่วๆ อยู่อีก ฮ่าๆๆๆ

 

และสิ่งมีชีวิตแบบนี้ก็ยังมีอยู่ในโลกด้วย  ORZ

 

 

สามารถมาพบได้ที่  บูท  Deathline@Capsule 5.5

 

ปล  ไม่เก็บค่าดูแต่ประการใด  ดูฟรี จับได้  แต่ไม่ให้เอากลับบ้าน  เดนตายจะเก็บเอาไว้กลั่นแกล้งยามไม่มีไรทำ  กร้ากกกกก  พวกกรุมันเลววว

ปล2  อีโอ  ....แกอยู่ระดับล่างสุดของห่วงโซ่เดนตายแล้วล่ะ  เพราะแกยังถูก บุคคลที่กล่าวถึงด้านบนแกล้งได้ ฮ่าๆๆ

 

 

แต่เรามีกติกาการเยี่ยมชม

เช่นเดิมที่เราต้องเริ่มด้วยกฏการซื้อ เพื่อความสะดวกในการซื้อขายค่ะ

* ทางเราแยกเป็น โต๊ะขายโดจิน กับ โต๊ะขาย Accessories

(เหมือนเคย) เพื่อความสะดวกรวดเร็วและไม่งงค่ะ

* รบกวนเข้าแถวตอนที่ซื้อของด้วยค่ะ^^ เพื่อความเป็นระเบียบไม่รบกวนเพื่อนใกล้

เรือนเคียงค่ะ >w<~~ แล้วก็เพื่อความรวดเร็วด้วยน่อ

* รบกวนช่วยเตรียมแบงค์ย่อยมาเพื่อความสะดวกในการทอนค่ะ 'w' จะได้เร็ว+คล่องตัว ฮา

(ทุกสิ่งทุกอย่างจบลงที่ความเร็ว 5555++) 

 


 

 

+DOUJIN ZONE+

 

NEW* 

(อยากดูใหญ่กว่านี้ View Image สิจ๊ะ) 

Believe

[The Thief of Baramos Fanfiction]

Size : A5

Page : 292

Prize : 200 บาท

Summarry : เป็นเรื่องราวต่อจากเล่ม Distance เมื่อ 4 ปีที่แล้ว (ฮุ้วว) เล่มนี้ไม่มีตอนพิเศษนะคะ ไม่ไหวค่ะ พ่ายแพ้ต่อสังขาร = =" เรียกง่ายๆ ว่าทำเพราะแค่อยากเก็บเป็นเล่ม = =b

 

 

 

บล็อคแหก= =!!!

69 For All Anthology

Size : A5
Artist : Kay / K@de / Maowdao / Sadoz / O*mix / Kao / Fiar / Ritz_DD
Page : 90 Pages
Price : 190 Baht


 

CHEER UP!!

Size : B5
Page : 20 pages
Price : 100 Baht

 

 

 

PEACE!?

Size : B5
Page : 26 pages
Price : 130 Baht  

 

Vongola Suicide 1 [AU Fiction]

Page : 200

Rate : PG15 NC18

Pairing : All Charactor (Vongola+Millefiore+Varia)

Price : 240

 

Size : B5
Page : 54 pages
Price : 160 Baht 

 

 

+ACS. ZONE+ 

 

Price@@ 20 Baht per 1

 

Vongola Cheer Set

 

 

+ปฏิทิน KHR 2009 ด้วยค่ะ (ภาพอยู่ไหนเนี่ย ซิกๆ)...

 

KH II SET

แบ่งเป็น 3 เซตนะคะ เซตละ 60 บาท

Set A : Sora Riku Kairi

Set B : Roxas Axel Sephiroth

Set C : Cloud Leon Namine

เฉพาะ Set KH เราขายที่บูธของท่านแทบบี้คะ

R.Oracle&bruciare famiglia


 

 

... แถไปแบบนิ่มๆ  เคี๊ยกๆๆ

 

 

Status ....   

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++